3/09/2007
>> คอนเสิร์ตดิซีส

  โรคใหม่กำลังระบาด มันคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบๆ แพร่เชื้อเข้าไปในที่ที่มีคนหนาแน่น เริ่มจากหนึ่งคน ไปสอง จนเป็นร้อย เป็นพันคนได้ในเวลาอันรวดเร็ว….

  เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่ว่า....

   เพื่อนมันโทรมาชวนฉันไปดูคอนเสิร์ต ทั้งๆ ที่มันก็รู้ว่าคนอย่างฉันเนี่ย แค่ฟังเพลงทางวิทยุหรือ CD ก็หรูพอแล้ว แต่ที่มันมาชวนฉันก็เพราะว่า เพื่อนอีกคนมันติดธุระกะทันหัน ฉันก็เลยต้องไปเป็นเพื่อนมันอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่

หลังจากวันนั้น ฉันมองย้อนกลับไป ก็ทำให้รู้ว่า โรคนี้มันเริ่มระบาดมาจากงานคอนเสิร์ตที่ฉันไปกับเพื่อนนั่นเองฉันน่าจะเฉลียวใจตั้งแต่สังเกตเห็นความผิดปกติของโรคนี้ ตั้งแต่แรกที่ก้าวเข้ามาในงานนั้น

“ เฮ้ย..ปอ เป็นไรอ่ะ ทำไมแกต้องรีบร้อนขนาดนี้ ประตูมันเปิดทุ่มนึงไม่ใช่เหรอ” ฉันถาม

“เออ..ต้องรีบไป เดี๋ยวไม่ทัน แก..เร็วๆเข้าสิ “ เพื่อนมันฉุดฉันวิ่ง

  ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนมันต้องรีบร้อนขนาดนั้น อันที่จริงมันเป็นอาการแรกเริ่มของโรคนี้ต่างหาก ที่คนติดเชื้อจะมีอาการกระวนกระวาย ลุกลี้ลุกลน การหายใจถี่เร็วขึ้น  แต่ตอนนั้นฉันจะไปรู้ได้ไงว่านี่คือโรคร้ายชนิดหนึ่ง

 เมื่อเราเข้าไปนั่งในฮอลล์ ฉันมัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับความกว้างใหญ่ และแสงสีตระการตาภายในฮอลล์ จนไม่เฉลียวใจว่าหลายๆ คนในที่นั้นต่างก็มีอาการคล้ายๆ กับเพื่อนของฉัน นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันได้เข้ามามีส่วนร่วมในบรรยากาศแบบนี้ ที่ผ่านมาฉันก็ได้แต่ดูจากใน CD ที่ยืมเพื่อนมาเป็นครั้งคราวแค่นั้นเอง

 “เป็นไงล่ะ ตะลึงไปเลยล่ะสิ เห็นมั๊ย ชั้นบอกแล้วว่าแกต้องชอบ” เพื่อนมันยื่นที่คาดผมมาให้ฉัน         “ เอ้า,,เอานี่ไปใส่”

 “อะไรอ่ะ..ที่คาดผมไร ทำไมมันมีเขาแดงๆ “  ฉันพลิกดูมันมีแสงแว๊บๆ สีแดงที่เขามันด้วย “แปลกดี เอาไว้ทำไรอ่ะ”

 “ใส่ไปเหอะ เดี๋ยวดีเอง” เพื่อนฉันมันหัวเราะคิกคัก นี่ก็เป็นอีกอาการหนึ่ง คือควบคุมตัวเองไม่ได้ รู้สึกขำโดยไม่มีสาเหตุ 

  เมื่อคอนเสิร์ตเริ่ม ฉันเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันคือโรคร้าย ฉันเห็นคนหลายคน เกือบจะทั้งฮอลล์ด้วยซ้ำมีอาการควบคุมตัวเองไม่ได้ เส้นเสียงของพวกเขาเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเพศชาย หญิง หรือเพศอื่นๆ ต่างก็มีเส้นเสียงที่อยู่ในโทนเดียวกันได้อย่างน่าประหลาด ยิ่งนานไปฉันก็ยิ่งเห็นในสิ่งที่น่าตระหนก มากขึ้น หลายๆ คนเริ่มมีอาการข้อต่อเสื่อม ฉันเห็นพวกเขาไม่สามารถบังคับกระดูกต้นคอ สะโพก หรือต้นขาได้ มันสั่นไหว โอนไปเอนมาพร้อมๆ กัน นอกจากความผิดปกติทางร่างกายแล้ว ฉันยังสังเกตเห็นความผิดปกติทางจิตอีกด้วย นั่นคือ...

..อุปทานหมู่..

  ให้ตายสิ..ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้เห็นของจริงในวันนี้ ที่ผ่านมา มันสามารถทำให้เกิดกับคนแค่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าจะสามารถสะกดคนระดับดอกเตอร์ได้ก็เหอะ ฉันว่าแพ้ที่นี่หลุดลุ่ย ก็นี่..คนเกือบทั้งฮอลล์ เชียวนะ ที่พร้อมใจกันทำตามผู้ชี้นำที่ยืนอยู่บนเวทีข้างหน้า ไม่ว่าเขาจะสั่งให้ทำอะไร ให้ตะโกน ตบมือ ชูกำปั้นขวา ฯลฯ ทุกคนต่างก็ทำตามกันอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย อะไรกันเนี่ย..ฉันหันไปมองเพื่อน เพื่อนของฉัน กำลังควบคุมตัวเองไม่ได้ ข้อต่อภายในตัวมันคงโดนโรคร้ายกัดกินจนเสื่อมไปหมดแล้ว ตัวมันถึงส่ายไปมาแบบนั้น แถมยังชูกำปั้นไปข้างหน้าอย่างดุดัน นี่ถ้ามันตะโกนคำว่า “ฆ่ามัน” ขึ้นมาด้วยละก็ พวกช่างกลทั้งหลายคงซูฮกมันแน่ๆ แต่..น่าประหลาด ทั้งๆ ที่โรคร้ายกำลังกลุ้มรุมมันและคนอื่นๆ ในฮอลล์ แต่สายตาของพวกเขาสิ กลับมีแววแห่งความสุขอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ..โอ..โรคนี้..มันช่างน่ากลัวจริงๆ..

*********************************************

  ถ้าหากกล้องวิดีโอที่บันทึกภาพคอนเสิร์ตในงานวันนั้น ได้แพนกล้องมาทางที่นั่ง  B3 ก็จะเห็นหญิงคนหนึ่งสวมที่คาดผมที่มีเขาส่องแสงกระพริบสีแดงอยู่ แว๊บๆ ได้ติดโรคร้ายตัวนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยซะแล้ว

*********************************************

tags : เรื่องสั้น  
posted by violet-ink : 2007-09-03 14:08:43
username :
password :
 

ชื่อ
รายละเอียด