| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||
โรคใหม่กำลังระบาด มันคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบๆ แพร่เชื้อเข้าไปในที่ที่มีคนหนาแน่น เริ่มจากหนึ่งคน ไปสอง จนเป็นร้อย เป็นพันคนได้ในเวลาอันรวดเร็ว .
เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่ว่า....
เพื่อนมันโทรมาชวนฉันไปดูคอนเสิร์ต ทั้งๆ ที่มันก็รู้ว่าคนอย่างฉันเนี่ย แค่ฟังเพลงทางวิทยุหรือ CD ก็หรูพอแล้ว แต่ที่มันมาชวนฉันก็เพราะว่า เพื่อนอีกคนมันติดธุระกะทันหัน ฉันก็เลยต้องไปเป็นเพื่อนมันอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่
หลังจากวันนั้น ฉันมองย้อนกลับไป ก็ทำให้รู้ว่า โรคนี้มันเริ่มระบาดมาจากงานคอนเสิร์ตที่ฉันไปกับเพื่อนนั่นเองฉันน่าจะเฉลียวใจตั้งแต่สังเกตเห็นความผิดปกติของโรคนี้ ตั้งแต่แรกที่ก้าวเข้ามาในงานนั้น
เฮ้ย..ปอ เป็นไรอ่ะ ทำไมแกต้องรีบร้อนขนาดนี้ ประตูมันเปิดทุ่มนึงไม่ใช่เหรอ ฉันถาม
เออ..ต้องรีบไป เดี๋ยวไม่ทัน แก..เร็วๆเข้าสิ เพื่อนมันฉุดฉันวิ่ง
ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนมันต้องรีบร้อนขนาดนั้น อันที่จริงมันเป็นอาการแรกเริ่มของโรคนี้ต่างหาก ที่คนติดเชื้อจะมีอาการกระวนกระวาย ลุกลี้ลุกลน การหายใจถี่เร็วขึ้น แต่ตอนนั้นฉันจะไปรู้ได้ไงว่านี่คือโรคร้ายชนิดหนึ่ง
เมื่อเราเข้าไปนั่งในฮอลล์ ฉันมัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับความกว้างใหญ่ และแสงสีตระการตาภายในฮอลล์ จนไม่เฉลียวใจว่าหลายๆ คนในที่นั้นต่างก็มีอาการคล้ายๆ กับเพื่อนของฉัน นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันได้เข้ามามีส่วนร่วมในบรรยากาศแบบนี้ ที่ผ่านมาฉันก็ได้แต่ดูจากใน CD ที่ยืมเพื่อนมาเป็นครั้งคราวแค่นั้นเอง
เป็นไงล่ะ ตะลึงไปเลยล่ะสิ เห็นมั๊ย ชั้นบอกแล้วว่าแกต้องชอบ เพื่อนมันยื่นที่คาดผมมาให้ฉัน เอ้า,,เอานี่ไปใส่
อะไรอ่ะ..ที่คาดผมไร ทำไมมันมีเขาแดงๆ ฉันพลิกดูมันมีแสงแว๊บๆ สีแดงที่เขามันด้วย แปลกดี เอาไว้ทำไรอ่ะ
ใส่ไปเหอะ เดี๋ยวดีเอง เพื่อนฉันมันหัวเราะคิกคัก นี่ก็เป็นอีกอาการหนึ่ง คือควบคุมตัวเองไม่ได้ รู้สึกขำโดยไม่มีสาเหตุ
เมื่อคอนเสิร์ตเริ่ม ฉันเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันคือโรคร้าย ฉันเห็นคนหลายคน เกือบจะทั้งฮอลล์ด้วยซ้ำมีอาการควบคุมตัวเองไม่ได้ เส้นเสียงของพวกเขาเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเพศชาย หญิง หรือเพศอื่นๆ ต่างก็มีเส้นเสียงที่อยู่ในโทนเดียวกันได้อย่างน่าประหลาด ยิ่งนานไปฉันก็ยิ่งเห็นในสิ่งที่น่าตระหนก มากขึ้น หลายๆ คนเริ่มมีอาการข้อต่อเสื่อม ฉันเห็นพวกเขาไม่สามารถบังคับกระดูกต้นคอ สะโพก หรือต้นขาได้ มันสั่นไหว โอนไปเอนมาพร้อมๆ กัน นอกจากความผิดปกติทางร่างกายแล้ว ฉันยังสังเกตเห็นความผิดปกติทางจิตอีกด้วย นั่นคือ...
..อุปทานหมู่..
ให้ตายสิ..ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้เห็นของจริงในวันนี้ ที่ผ่านมา มันสามารถทำให้เกิดกับคนแค่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าจะสามารถสะกดคนระดับดอกเตอร์ได้ก็เหอะ ฉันว่าแพ้ที่นี่หลุดลุ่ย ก็นี่..คนเกือบทั้งฮอลล์ เชียวนะ ที่พร้อมใจกันทำตามผู้ชี้นำที่ยืนอยู่บนเวทีข้างหน้า ไม่ว่าเขาจะสั่งให้ทำอะไร ให้ตะโกน ตบมือ ชูกำปั้นขวา ฯลฯ ทุกคนต่างก็ทำตามกันอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย อะไรกันเนี่ย..ฉันหันไปมองเพื่อน เพื่อนของฉัน กำลังควบคุมตัวเองไม่ได้ ข้อต่อภายในตัวมันคงโดนโรคร้ายกัดกินจนเสื่อมไปหมดแล้ว ตัวมันถึงส่ายไปมาแบบนั้น แถมยังชูกำปั้นไปข้างหน้าอย่างดุดัน นี่ถ้ามันตะโกนคำว่า ฆ่ามัน ขึ้นมาด้วยละก็ พวกช่างกลทั้งหลายคงซูฮกมันแน่ๆ แต่..น่าประหลาด ทั้งๆ ที่โรคร้ายกำลังกลุ้มรุมมันและคนอื่นๆ ในฮอลล์ แต่สายตาของพวกเขาสิ กลับมีแววแห่งความสุขอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ..โอ..โรคนี้..มันช่างน่ากลัวจริงๆ..
*********************************************
ถ้าหากกล้องวิดีโอที่บันทึกภาพคอนเสิร์ตในงานวันนั้น ได้แพนกล้องมาทางที่นั่ง B3 ก็จะเห็นหญิงคนหนึ่งสวมที่คาดผมที่มีเขาส่องแสงกระพริบสีแดงอยู่ แว๊บๆ ได้ติดโรคร้ายตัวนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยซะแล้ว
*********************************************