| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
วันนี้ตื่นเช้ามา นึกอยากกินขนมครกขึ้นมาติดหมัด อุตส่าห์มองหาตอนนั่งรถเมล์ไปทำงาน แปลกจังแฮะ ไม่ยักกะมีขายซักเจ้า เลยแวะถามป้าขายปาท่องโก๋หน้าที่ทำงาน ว่าแถวนี้มีขนมครกขายมั๊ย ป้าหันมามองหน้า "โฮ้ย..เดี๋ยวนี้ใครเค้าขายกันตอนเช้า อยากกินก็โน่น..ตอนเย็นโน่น เอาปาท่องโก๋ไปกินแทนแล้วกัน" "เอ่อ..ไม่ละป้า อยากกินหนมครกอ่ะ ปาท่องโก๋มันอ้วน" ได้ผล ป้าแกเกือบเอาตะเกียบยักษ์ทิ่มหน้า (เออ..เค้าเรียกอะไรไม่รู้ ที่เอาไว้คีบปาท่องโก๋น่ะ) "งั้นก็ไปไกลๆ อย่ามายืนบังหน้าร้าน คนอื่นเค้าจะซื้อกัน" "ป้า..ป้า..ไม่คิดเปลี่ยนมาขายหนมครกมั่งเหรอ แคะหนมครกหนุกกว่าน้า" คราวนี้นอกจากตะเกียบยักษ์ยังมีปาท่องโก๋แถมติดปลายไม้มาด้วย "ไอ้เด็กนี่ กวนโมโหแต่เช้า คราวหน้าจะไม่ขายให้เลย คอยดู๊..ถ้าวันนี้ขายไม่ได้กำไรล่ะก็ จะขึ้นไปเล่นงานถึงโต๊ะ มึ๊ง" ป้าแกตะโกนโหวกเหวกไล่หลังมา แต่ผมไม่หยุดฟังตั้งแต่ประโยคแรกแล้วละครับ สรุปว่าเช้านี้ผมก็เลยอดทั้งขนมครกทั้งปาท่องโก๋ คงต้องเล่นกาแฟเปล่าๆ รองท้อง โทษฐานที่ไปปากเสียกะป้าแก ก็แหม..คนอยากกินหนมครกมาบอกให้กินปาท่องโก๋แทน ทำยังกะมันเป็นสินค้าประเภทเดียวกันงั้นแหละ ถึงมันจะเกินอิ่มเหมือนกันก็เหอะ ว่าแต่ผมมานั่งนึกๆ ดูมันก็แปลก ที่เดี๋ยวนี้ขนมครกที่เคยเป็นอาหารเช้าดันกลายมาเป็นอาหารเย็นซะนี่ แถมยังอัพเกรดขึ้นมาขายถึงบนห้าง ทีนี้เลยมีขายกันทั้งวัน ทั้งคืน แล้วหน้าตาก็ดูหรูหราขึ้นเป็นกอง สองกอง จากขนมครก ธรรมด๊า..ธรรมดา หน้าขาวๆ นวลๆ อย่างดีก็มี ต้นหอมโรยหน้า พอขึ้นห้างเท่านั้นแหละ โดนจับแต่งหน้าแต่งตาซะสวยจนจำแทบไม่ได้ มีทั้งหน้าเหลือง หน้าส้ม หน้าม่วง เห็นแล้วก็นึกถึงสาวๆ นักศึกษา หน้าละอ่อนสวยๆ ขาวๆ อยู่ดีๆ ไปเอาสีมาละเลงหน้าเล่นซะงั้น แล้วจากชื่อขนมครก สั้นๆ เข้าใจง่ายๆ ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามซะใหม่ ไม่รู้ไปให้หลวงพ่อวัดไหนตั้ง มีทั้ง ชาววัง เจ้าเก่า ต้นตำรับ บางทีก็เอาชื่อจังหวัดมาต่อท้าย จนงงว่าไอ้จังหวัดนี้มันมีขนมครกหน้าตาแบบนี้ขายตั้งกะเมื่อไหร่กัน เรื่องประหลาดอีกอย่างของขนมครก ก็คือว่า เออ..ทำไมต้องขายเป็นคู่ เอามาประกบกันซะแน่นยังกะคู่กิ๊กเชียว อีตอนแรกที่แคะออกมาจากเบ้า ก็เห็นเอามาวางเดี่ยวๆ ฝาใครฝามัน แต่พอเวลาขายกลับเอามาประกบกันซะนี่ แล้วเวลากิน ไม่เห็นมีใครกินเป็นคู่ซะที ก็เห็นเปิดฝาดูหน้า แล้วก็พรากคู่รักเค้าซะทุกที หรือว่านี่คือสัจธรรมของชีวิต โอ้..เปรียบขนมครกก็เหมือนกับชีวิตคนเรา ตอนเกิดมา เราก็เกิดมาคนเดียว อยู่ๆ ไปได้ไม่นาน ก็ต้องมีคู่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน แต่แล้ว..วาระสุดท้ายนั่นเอง เราก็ต้องพรากจากกันจนได้ เหมือนคำกล่าวที่ว่า "เวลาเราเกิดมา เราก็เกิดมาคนเดียว..เวลาเราตาย..เราก็ตายคนเดียว" สาธุ เห็นทีครั้งต่อไปที่ได้กินขนมครก ผมคงต้องยกมือจบก่อนกินเป็นแน่ ทันใดนั้น ผมก็เกิดไอเดียขึ้นมา เหมือนดวงตาเห็นธรรมอยู่รำไร ก็ในโลกนี้คนที่อยู่เป็นโสดก็มีออกเยอะแยะไป รวมถึงตัวผมด้วย เวลาเกิด เราก็เกิดมาคนเดียว เวลาตายเราก็ตายคนเดียว ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมีช่วงเวลามีคู่ตรงกลางกันทุกคนเลยนี่นา ..ผมจะขายขนมครก แล้วขนมครกของผม จะขายเป็นข้างเท่านั้น จะไม่มีการเอามาประกบคู่ให้คนโสดต้องสะท้อนใจ ขนมครกของผมจะมีแต่หน้าขาว นวล สวย เหมือนชายบริสุทธิ์ที่ไม่เคยผ่านความรักมาก่อน ผมจะตั้งชื่อขนมครกของผมว่า "ขนมครกคนโสด" (ถ้าหลวงพ่อตรวจแล้วว่าเป็นชื่อมงคล)แล้วสถานที่ดำเนินธุรกิจของผมก็คือ.. ..หน้าบริษัท..ข้างๆ ร้านปาท่องโก๋ป้าแต๋ว..ผมเคยได้ยินมาว่า ป้าแกก็โสดสนิทเหมือนกัน ไม่แน่..ผมอาจจะเกลี่ยกล่อมให้แกยอมขายปาท่องโก๋เป็นข้างเหมือนกันกับผมได้ในวันหนึ่ง โดยที่ไม่โดนประทุษร้ายจากตะเกียบคู่ของแก ****************** ถ้าใครบังเอิญเดินผ่านไปเห็นร้านขายขนมครกกับปาท่องโก๋ที่ขายอยู่ข้างกันแล้วติดป้ายบอกว่า "ข้างละ 2 บาท" แล้วอยากซื้อกินล่ะก็ อย่าเพิ่งตกใจ ถ้าถูกถามว่า "เป็นโสดรึเปล่า" ตั้งสติให้ดีแล้วให้ตอบว่า "โสดสนิท" เพราะเราจะขายให้เฉพาะคนโสดเท่านั้น แล้วถ้าอยากรู้เหตุผล..เรายินดีบอกเล่าถึงที่มาให้คุณฟัง.. ..มันเป็นสัจธรรม..เช่นนั้นแล.. ******************
ขนมครก..ขนมที่คนไทยรู้จักมาตั้งแต่โบราณ มันมีความหมายอะไรซ่อนอยู่ภายใต้หน้าตาขาวๆ จืดๆ นั้น..